Home บทความดีๆ คุณเห็นอะไรในปัญหา? สละเวลาอ่านเพียง 3 นาทีจะพบกับคำตอบ…

คุณเห็นอะไรในปัญหา? สละเวลาอ่านเพียง 3 นาทีจะพบกับคำตอบ…

5 second read
ปิดความเห็น บน คุณเห็นอะไรในปัญหา? สละเวลาอ่านเพียง 3 นาทีจะพบกับคำตอบ…
0
206

ทุกครั้งที่มีคนตั้งคำถาม…สิ่งแรกที่ผู้ตั้งคำถามต้องการคือ…คำตอบ

คำตอบใดกันที่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง…

ส่วนใหญ่ผู้ถามมักจะรู้คำตอบในใจอยู่แล้ว เหลือเพียงแต่รอลุ้นให้คนตอบถูก

เริ่มตั้งแต่ปัญหาอะไรเอ่ยระดับเด็กน้อย เช่น…

สี่ตีนเดินมาหลังคามุงกระเบื้อง คำตอบคือ…เต่า

และปัญหาเดียวกัน คือ สี่ตีนเดินมาหลังคามุงกระเบื้อง

คำตอบคือ…คนสองคนแบกกระเบื้อง

ข้ามไปถึงปัญหาโลกแตก เช่น ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน

เสน่ห์ของปัญหาเชาวน์ประเภทนี้คือการได้ร่วมสนุกกับเพื่อน

หรืออาจเกิดความหมั่นไส้ขึ้นมาเวลาที่เพื่อนเราช่างสรรหาคำถามกวนๆ แล้วหลอกด่า

ในช่วงวัยเด็ก คนเราพบเจอกับปัญหามาอยู่แล้วตั้งแต่

“แม่ไม่ให้ตังค์ค่าขนม” “พ่อไม่ให้เล่นเกม” “ต้องโดนบังคับทำการบ้าน”

หรือลอกการบ้านเพื่อน เพราะตนเองไม่ได้ทำมา

ความยากของการแก้ปัญหา คือเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้น หรือความรับผิดชอบที่มากขึ้นเรื่อยๆ

เช่น ตอนเด็กๆ แม่ต้องให้ตังค์ค่าขนมเรา เป็นปัญหาของเราเมื่อแม่ไม่ให้

พอตอนโต เราต้องให้ตังค์ค่าขนมแม่ เป็นปัญหาของเราเมื่อเราหาตังค์ให้แม่ไม่ได้

พ่อไม่ให้ลูกเล่นเกม เป็นปัญหาของเราเมื่อเราอยากออกนอกบ้านไปเล่นเกมกับเพื่อน

แต่เมื่อเราโตขึ้น จะเริ่มเป็นปัญหาของเราเมื่อลูกเราชอบหนีออกไปเล่นเกม

ลอกการบ้านเพื่อนตอนเด็กๆ อาจมีการอนุโลมกันได้บ้าง

แต่ในระดับที่สูงขึ้นย่อมเป็นกฎข้อบังคับอย่างชัดเจน

ความผิดจะรุนแรงเหมือนการก่ออาชญากรรมทีเดียว

ปัญหา คือสิ่งที่เป็นโจทย์คำถามเพื่อหาหนทางแก้ไข

เวลาคนเราประสบกับปัญหา สิ่งแรกที่ควรถามตัวเราเองคือ หนทางแก้ไข

และผมเชื่อว่า ทุกๆ ท่านก็คิดแบบเดียวกัน…แต่ความยากของการแก้ไขปัญหาคือ

มองไม่เห็นหนทางที่จะแก้ไข

โอกาส คือสิ่งที่จะเป็นหนทางสู่แสงสว่างของปัญหาต่างๆ ทั้งหมด…

บางครั้งโอกาสมักลอยมาให้เห็นชนิดว่าเพียงแค่ “ลงมือ” หรือ “ตัดสินใจ”

คุณจะประสบความสำเร็จทันที แต่เรามองเห็น “โอกาส” เป็นปัญหาซะได้

What, When, How : อะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร

เวลาผมเจอปัญหา ผมรู้สึกว่านี่จะเป็นเวลาที่ทำให้เห็น “ความจริง”

ความจริงที่ว่า ถึงเวลาที่เราต้องหวนกลับไปคิดสิ่งที่เกิดขึ้น

ว่าเรื่องราวอะไรผิดพลาดที่ตรงไหนและจะแก้ไขอย่างไร

ข้อนี้สำคัญนะครับ หากสังเกต ผมใช้คำว่าเรื่องราว ไม่ใช้คำว่าใครผิด

โดยเราจะเน้นที่ผลลัพธ์ของการแก้ไขปัญหาเลย คือไม่มอง Who : ใคร?

ในขั้นตอนแรกยังไม่จำเป็นครับ

เพราะหากเรามัวมองว่าใครกันนะเป็นคนที่ทำให้เรื่องราวนี้ผิดพลาด

คุณจะไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้เห็นอย่างชัดเจน

เพราะโดยทั่วไปแล้วการโทษคนอื่นหรือการโทษตัวเอง

ผลเสียสำหรับผมก็แย่พอๆ กันนะครับ

เมื่อปัญหาเริ่มจางไปจากความขมุกขมัวของเหตุแห่งความฟุ้งซ่านจะเริ่มลดลง

ผมเปรียบเหมือนกับน้ำเน่าในแอ่งค่อยๆ ลดระดับลงไปสู่ใจกลางสายธารความทุกข์ที่อยู่ในใจ

เศษซากความจริงที่เหลืออยู่บนชายหาดจะทำให้เราเห็นว่าความจริงเป็นเช่นไร

เราจะเห็นว่า ใครกันที่อยู่ข้างคุณ

คุณจะเห็น WHO เอง

 

กด like กด share เรื่องราวดีๆด้วยนะ  😀

ติดตามเรื่องดีๆเพิ่มเติมที่  ➡  เรื่องดีๆ

Load More In บทความดีๆ
Comments are closed.

Check Also

ความสงบท่ามกลางพายุ

ท้องทะเลยามเมื่อสงบไร้คลื่นบนผิวน้ำ จะสะท้อนท้องฟ้าสีคร … …